ม.ศิลปากร วังท่าพระ
ม.ศิลปากร วังท่าพระ วิทยาเขตในตำนานของเด็กอาร์ต

ม.ศิลปากร วังท่าพระ วิทยาเขตในตำนานของเด็กอาร์ต 🎨

เมื่อก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ สิ่งแรกที่ต้อนรับผู้มาเยือนคือ “ต้นไทรยักษ์คู่” ที่ยืนต้นอย่างสง่างามบริเวณทางเข้า เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งกาลเวลาและเรื่องราวอันยาวนานของสถาบันแห่งนี้ จากนั้นเมื่อเดินเข้ามาด้านในทางขวามือ จะพบกับป้ายอินโฟกราฟิกแสดงแผนผังมหาวิทยาลัย ซึ่งช่วยให้เห็นภาพรวมของพื้นที่และอาคารสำคัญต่าง ๆ ภายในวิทยาเขตได้อย่างชัดเจน

ที่มาของ มหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อตั้งโดย อ.ศิลป์ พีระศรี ศิลปินชาวอิตาลี “บิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยไทย” ในอดีต (ประมาณ พ.ศ. 2486–2530) เน้นการสร้างศิลปิน นักออกแบบ และนักวิชาการเฉพาะทาง โดยยึดแนวคิดของ ศิลป์ พีระศรี ที่ให้ความสำคัญกับการฝึกฝนอย่างเข้มข้น มีเพียงไม่กี่คณะ เช่น จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม โบราณคดี และมัณฑนศิลป์ ซึ่งอยู่ที่ ม.ศิลปากร วังท่าพระ

วิทยาเขตวังท่าพระแห่งนี้ ถือเป็นแหล่งรวมศาสตร์ด้านศิลปะ การออกแบบ และมรดกทางวัฒนธรรม โดยเป็นที่ตั้งของ 4 คณะสำคัญ ได้แก่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะโบราณคดี คณะมัณฑนศิลป์ และคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ ซึ่งล้วนเป็นคณะที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์บุคลากรด้านศิลปะและวัฒนธรรมของประเทศมาอย่างยาวนาน

ถัดเข้ามาอีกเล็กน้อย จะพบกับลานกิจกรรมและพื้นที่ออกกำลังกายที่ประกอบด้วยสนามกีฬาและสนามบาสเกตบอลขนาดย่อม ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมของนักศึกษาและบุคลากร ภายในบริเวณเดียวกันยังมีจุดเช็กอินยอดนิยมบริเวณหน้าคณะโบราณคดี ที่จัดแสดงต้นไม้ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกไว้ นับเป็นอีกหนึ่งจุดที่มีคุณค่าทางจิตใจและประวัติศาสตร์

เสน่ห์ของวังท่าพระไม่ได้มีเพียงสถาปัตยกรรมเก่าแก่เท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยงานศิลปะที่ซ่อนตัวอยู่ทั่วทั้งวิทยาเขต ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดฝาผนังหรือกราฟิตี้ที่ช่วยเติมสีสันและความสร้างสรรค์ให้กับอาคารต่าง ๆ ระหว่างทางยังมีสวนแก้ว ศาลาดนตรี สวนประติมากรรมของคณะมัณฑนศิลป์ที่จัดแสดงผลงานสร้างสรรค์ของนักศึกษา รวมถึงศาลเจ้าแม่เฮงหลุย ศาลพระภูมิเก่าแก่ประจำวังท่าพระที่ยังคงเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของผู้คนในมหาวิทยาลัย

การเดินชมต่อไปจะพาเข้าสู่พื้นที่ของคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษาด้านศิลปะของศิลปากร และคณะมัณฑนศิลป์ที่โดดเด่นด้วยสีส้ม หรือ “สีเสน” สีประจำคณะ อันเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของนักออกแบบรุ่นใหม่

ก่อนสิ้นสุดการเดินทาง ยังสามารถมองเห็นพื้นที่ด้านข้างของมหาวิทยาลัยที่เชื่อมต่อกับกรมศิลปากร สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างการศึกษา ศิลปะ และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้วังท่าพระยังคงเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจของชาวศิลปากรมาจนถึงปัจจุบัน