พิกัด “พื้นที่อายุยืน” ในไทยปี 2568

พิกัด “พื้นที่อายุยืน” ในไทยปี 2568

คุณรู้ไหมว่าในไทยมีแค่ บางพื้นที่เท่านั้น ที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุอายุ เกิน 85 ปี สูงกว่า 7–8 คน ต่อประชากร 100 คน?
ข้อมูลล่าสุดจาก จิสด้า (GISTDA) เผยให้เห็นพิกัด “พื้นที่อายุยืน” ประจำปี 2568 ที่น่าสนใจอย่างมาก 

? 1. ใจกลางกรุงเทพฯ ย่านเก่าแก่

เขตอย่าง ดุสิต พระนคร และบางแขวง มีอัตราผู้สูงอายุ 85+ สูงถึง 7–8 คน ต่อ 100 คน ซึ่งสะท้อนว่า “ชุมชนดั้งเดิม” ที่ใกล้บริการสาธารณสุขเข้าถึงง่าย เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนที่นั่นมีอายุยืน ?❤️ 

? 2. เมืองเก่า–เมืองหลักทางประวัติศาสตร์

อย่าง พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ หนองคาย และนครศรีธรรมราช โดยลักษณะครอบครัวที่เหนียวแน่น วิถีชีวิต “Slow Life” และสภาพแวดล้อมที่ดี ทำให้มีผู้สูงอายุเยอะกว่าที่อื่น ๆ ?? 

? 3. ชุมชนเข้มแข็งในภาคกลางและใต้

พื้นที่เหล่านี้โดดเด่นเรื่อง “การดูแลกันเองในชุมชน” มีระบบเครือข่ายสังคมที่แข็งแรง ซึ่งช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ??? 


? “พื้นที่อายุยืน” – พบ 4 ตำบลในไทย

จากข้อมูลกว่า 7,256 ตำบลทั่วประเทศ พบว่ามีเพียง 4 ตำบล เท่านั้นที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุเกิน 85 ปี มากกว่า 5 คนต่อ 100 คน ซึ่งถือว่าเป็น “พื้นที่อายุยืน” จริง ๆ ? 

นี่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องย้ายไปอยู่ที่นั่นเสมอไป แต่เป็นสัญญาณให้เราเห็นว่า “พื้นที่ที่ดี” มีองค์ประกอบอะไรบ้าง เพื่อให้ทุกพื้นที่สามารถพัฒนาไปในทิศทางเดียวกันได้ ?️? 


? ตัวอย่างอันดับพื้นที่อายุยืน

? อันดับ 1
แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต – มีผู้สูงอายุ 85+ สูงถึง 8 ต่อ 100 คน

? อันดับ 2
รวมตำบลยอดฮิตอย่าง

  • ตำบลกะมัง (พระนครศรีอยุธยา)

  • แขวงสี่แยกมหานาค (ดุสิต)

  • แขวงพระบรมมหาราชวัง (พระนคร)
    …มีผู้สูงอายุ 85+ ประมาณ 7 ต่อ 100 คน ?? 

? อันดับ 3
หลายพื้นที่ทั้งในกทม. เชียงใหม่ หนองคาย และนครศรีธรรมราช มีสัดส่วนประมาณ 5 ต่อ 100 คน


? ทำไมข้อมูลนี้สำคัญ?

ข้อมูลจาก จิสด้า ไม่ได้แค่บอกว่าใครอยู่ที่ไหน แต่มันช่วยเปิดมุมมองว่า “อะไรทำให้คนมีอายุยืน” อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น:

  • ความเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่ดี ?

  • ระบบครอบครัวและชุมชนเข้มแข็ง ?

  • วิถีชีวิตที่เอื้อต่อสุขภาพทั้งกายและใจ ? 

และนี่เป็นสิ่งที่เราสามารถเอาไปเป็นแนวคิดพัฒนาให้พื้นที่อื่น ๆ ของไทยมีความสุขและอยู่ยืนยาวได้เหมือนกัน ?

ข้อมูล “พื้นที่อายุยืน” ชี้ให้เห็นชัดว่า การมีอายุยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก ระบบสาธารณสุขที่เข้าถึงได้ ชุมชนที่เข้มแข็ง และวิถีชีวิตที่เอื้อต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกพื้นที่สามารถนำไปต่อยอด เพื่อสร้างสังคมสูงวัยที่มีคุณภาพในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

ที่มา : https://www.hfocus.org/content/2025/12/36561