22 เมษายน วันคุ้มครองโลก (Earth Day)

22 เมษายน วันคุ้มครองโลก (Earth Day)

วันที่ 22 เมษายน ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองโลก ซึ่งได้เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1970 ในสหรัฐอเมริกา มีผู้ริเริ่มคือ เกย์ลอร์ด เนลสัน (Gaylord Nelson) สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา เค้าเป็นผู้ตัดสินใจขอให้ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ยกเรื่องสิ่งแวดล้อมขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ โดยถือว่าเป็นการกำเนิดของขบวนการสิ่งแวดล้อมยุคใหม่ วันคุ้มครองโลกปี 2020 ครบรอบ 50 ปีด้วยการเปิดใช้งานทั่วโลกโดยมีเป้าหมายเพื่อระดมผู้คนนับพันล้านทั่วโลกเพื่อดำเนินการเปลี่ยนแปลงเพื่อโลกของเรา

ที่มาของโลกร้อนและผลที่จะเกิด

การพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในโลกของเรากำลังทำลายสิ่งแวดล้อม: ก๊าซเรือนกระจกอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ การลดลงของแผ่นน้ำแข็งยังคงเลวร้ายลง และอุณหภูมิกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายในปี 2573 ระดับอุณหภูมิของโลกจะอยู่ที่ 1.5 องศา เซลเซียส (2.7 ฟาเรนไฮต์) เป็นภาวะโลกร้อนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนยุคอุตสาหกรรม หากเราปล่อยให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น เราจะถูกบีบให้ต้องรับมือกับพายุและน้ำท่วมที่เกิดขึ้นบ่อยขึ้นและทำลายล้าง ซึ่งทำให้เกิดการบาดเจ็บทางร่างกายและจิตใจและเสียชีวิต หากเราไม่ดำเนินการในตอนนี้ เราเสี่ยงต่อความมั่นคงด้านอาหารและน้ำจืด เนื่องจากแหล่งที่มาของพวกมันถูกทำลายโดยพายุและความแห้งแล้ง

จากเว็บไซต์ EarthDay.ORG ได้ประกาศเจตนารมณ์

1. เรียกร้องให้ประธาน COP28 UAE และทุกประเทศสมาชิกของ UN ร่วมมือกับเราเพื่อเน้นให้การศึกษาสภาพภูมิอากาศสากลเป็นประเด็นสำคัญ ในการต่อสู้กับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ 

2. เรียกร้องให้มีสนธิสัญญาพลาสติกระดับโลก มลพิษจากพลาสติกเพิ่มขึ้นในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา และปัจจุบันเป็นปัญหาระดับโลกที่ต้องดำเนินการร่วมกันเพื่อแก้ไข พลาสติกมีอยู่มากมายรอบตัวเราตลอดเวลา ทั้งในบ้าน โรงเรียน ที่ทำงาน หรือแม้แต่พื้นที่ธรรมชาติของเรา

3.อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา การผลิตราคาถูกและต้นทุนที่ลดลงสำหรับผู้บริโภคพร้อมกับอิทธิพลของโซเชียลมีเดียได้ผลิตเสื้อผ้าราคาถูกอย่างถล่มทลาย การผลิตแบบ “Fast Fashion” นั้นขึ้นอยู่กับโมเดลของ ‘take-make-waste’ ซึ่งออกแบบมาให้สวมใส่และทิ้งได้ภายในระยะเวลาอันสั้น  ผลเสียจากการผลิตทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสารพิษในอุตสาหกรรม การปรับตัวของวงการเสื้อผ้าคือการออกแบบและผลิตด้วยวัสดุที่ยั่งยืน หรือการนำมาใช้ใหม่ แต่ก็ไม่ทันกับจำนวนผลผลิตที่เกิดขึ้นจำนวนมาก ดังนั้นการออกกฎหมายของรัฐจะสามารควบคุมไม่ให้ผู้ผลิตๆ ออกมาแล้วเกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมก็เป็นสิ่งที่ควรผลักดัน

4. เข้าร่วมการทำความสะอาดระดับโลก The Great Global Cleanup เป็นแคมเปญทั่วโลกเพื่อกำจัดขยะและมลพิษจากพลาสติกในสภาพแวดล้อมที่ดี เข้าร่วมกับเราและช่วยสร้างโลกที่ปราศจากขยะ

5. การบริจาคเพื่อการช่วยปลูกต้นไม้